ข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อความเบื้องต้น (ข้อ ๑ - ๖)

 

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด
ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญา
ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง
พ.ศ. ๒๕๕๙

-------------------------

               โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้การขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวงซึ่งไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย

               อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๖ อัยการสูงสุดจึงออกข้อบังคับ ดังต่อไปนี้

               ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้องและการอนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. ๒๕๕๙

               ข้อ ๒  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

               ข้อ ๓  ให้ยกเลิกข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. ๒๕๕๖

               ข้อ ๔  ในข้อบังคับนี้
               “ผู้อนุญาตหมายความว่า อัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย

               ข้อ ๕  อัยการสูงสุดมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

               ข้อ ๖  อัยการสูงสุดเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
              
บรรดาระเบียบ หลักปฏิบัติราชการและคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

หมวด ๑ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตฟ้อง (ข้อ ๗ - ๑๑)

 

หมวด ๑
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตฟ้อง

-------------------------

               ข้อ ๗  การฟ้องคดีต่อไปนี้ หากไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พนักงานอัยการจะต้องดำเนินการขออนุญาตฟ้อง
              
(๑) คดีที่นิติบุคคลเป็นผู้ต้องหา และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว
              
(๒) คดีที่มีการจับตัวผู้ต้องหา หรือไม่มีการจับตัวผู้ต้องหาแต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว
              
(๓) คดีที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังในคดีอื่นและพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวงแก่ผู้ต้องหาแล้ว

               ข้อ ๘  คดีที่ต้องขออนุญาตฟ้อง ให้พนักงานสอบสวนทำเป็นรูปสำนวนการสอบสวนโดยให้ระบุสาเหตุที่ไม่ได้ขอผัดฟ้องหรือเหตุที่ขาดผัดฟ้องไว้ในสำนวนการสอบสวน และต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน เว้นแต่ผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไปหรือผู้ต้องหาถูกคุมขังในคดีอื่น
              
การรับสำนวนการสอบสวนดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้ลงสารบบตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
              
ในกรณีปรากฏตัวผู้ต้องหาส่งมาพร้อมสำนวนการสอบสวน ให้ทำบันทึกแจ้งวันนัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการเพื่อฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ตามแบบพิมพ์บันทึกรับทราบวันนัดที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดด้วย

               ข้อ ๙  การทำความเห็นและคำสั่งในสำนวนการสอบสวนที่ต้องขออนุญาตฟ้อง ต้องปรากฏข้อเท็จจริงพอสมควร ปรับบทกฎหมายและฐานความผิด พร้อมทั้งมีคำสั่งฟ้องให้ชัดเจน ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

               ข้อ ๑๐  การขออนุญาตฟ้อง ให้พนักงานอัยการผู้ขออนุญาตทำเป็นหนังสือระบุรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่า ขออนุญาตฟ้องผู้ต้องหาผู้ใดในความผิดฐานใด ทั้งนี้ โดยให้ระบุชื่อผู้ต้องหาที่มีคำสั่งฟ้องและขออนุญาตฟ้องทุกคนในความผิดฐานใดให้ตรงกับความเห็นและคำสั่งในสำนวนการสอบสวนแล้วให้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นและคำสั่งไปยังผู้อนุญาตเพื่อขออนุญาตฟ้อง
              
หนังสือขออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นรายสำนวนและระบุสาเหตุที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่ได้ขอผัดฟ้องผู้ต้องหาหรือขาดผัดฟ้องผู้ต้องหา พร้อมรายละเอียดที่จำเป็นอื่น ๆ ให้ปรากฏในหนังสือขออนุญาตฟ้องด้วย

               ข้อ ๑๑  ก่อนส่งสำนวนการสอบสวนเพื่อขออนุญาตฟ้อง หากพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนหรือบางข้อหาหรือมีความเห็นแย้งกับพนักงานสอบสวน จะต้องดำเนินการให้การสั่งคดีเป็นที่ยุติเสียก่อน เว้นแต่คดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง
               ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานอื่นต่างจากความเห็นของ
พนักงานสอบสวน ก่อนสั่งคดีให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน

หมวด ๒ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตฟ้อง (ข้อ ๑๒ - ๑๗)

 

หมวด ๒
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตฟ้อง

-------------------------

               ข้อ ๑๒  การทำสำนวนขออนุญาตฟ้อง ให้ทำเป็นสำนวนแยกต่างหากจากสำนวนการสอบสวนที่ส่งมาขออนุญาตฟ้อง เพื่อเสนอผู้อนุญาตพิจารณา
              
สำนวนขออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ลงสารบบตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

               ข้อ ๑๓  ในการอนุญาตฟ้อง ให้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อหา พยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนและเงื่อนไขระงับคดี ตามกฎหมายและระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการประกอบ รวมทั้งให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ หลักการอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนประกอบการพิจารณาด้วย

               ข้อ ๑๔  ในกรณีที่ผู้อนุญาตพิจารณาแล้วเห็นว่า สำนวนการสอบสวนที่ส่งมาขออนุญาตฟ้องยังต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุญาตฟ้อง ให้ผู้อนุญาตสั่งให้พนักงานอัยการผู้ขออนุญาตดำเนินการตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร
              
ในกรณีปรากฏเงื่อนไขระงับคดี ให้ผู้อนุญาตพิจารณาสั่งยุติการดำเนินคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

               ข้อ ๑๕  ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งในสำนวนขออนุญาตฟ้อง และในกรณีที่อนุญาตให้ฟ้องให้ส่งหนังสืออนุญาตฟ้องพร้อมสำนวนการสอบสวนคืนไปยังสำนักงานอัยการที่ขออนุญาตฟ้องโดยเร็ว
              
หนังสืออนุญาตฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุชื่อผู้ต้องหาทุกคนและความผิดทุกฐานที่อนุญาตให้ฟ้อง

               ข้อ ๑๖  ให้ผู้อนุญาตที่เป็นพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย รายงานผลการดำเนินการในการอนุญาตฟ้องให้อัยการสูงสุดทราบตามที่อัยการสูงสุดกำหนด

               ข้อ ๑๗  ในกรณีที่ผู้อนุญาตเป็นพนักงานอัยการผู้มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรไม่อนุญาตให้ฟ้องทั้งหมดหรือไม่อนุญาตให้ฟ้องผู้ต้องหาบางคนหรือบางฐานความผิดตามที่ขออนุญาตฟ้อง ให้ผู้อนุญาตดังกล่าวเสนอความเห็นพร้อมสำนวนต่ออัยการสูงสุดพิจารณาสั่งต่อไป
               ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฟ้อง ให้สำนักงานอัยการที่ขออนุญาตฟ้องแจ้งให้
พนักงานสอบสวนทราบโดยเร็ว โดยให้แจ้งเหตุผลโดยย่อที่อัยการสูงสุดไม่อนุญาตให้ฟ้อง

หมวด ๓ การฟ้องคดี และการจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้อง (ข้อ ๑๘ - ๑๙)

 

หมวด ๓
การฟ้องคดี และการจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้อง

-------------------------

               ข้อ ๑๘  การยื่นฟ้องคดีที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้อง ให้บรรยายคำฟ้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้อนุญาตได้มีคำสั่งอนุญาตฟ้องแล้ว พร้อมกับส่งหนังสืออนุญาตฟ้องไปพร้อมกับคำฟ้องด้วย

               ข้อ ๑๙  คดีที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามา หรือผู้ต้องหาได้ลงชื่อรับทราบวันนัดตามข้อ ๘ วรรคสาม ไว้แล้วไม่มาตามนัด ให้พนักงานอัยการมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลโดยเร็ว
              
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่อาจจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานอัยการแจ้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจผู้มีอำนาจ แล้วแต่กรณี จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีภายในอายุความฟ้องคดี

ประกาศ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร
อัยการสูงสุด